เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. พรรคฝ่ายค้านของไทยได้ยื่นหนังสือประณามนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรี 10 คน โดยกล่าวหาว่าทุจริต บริหารเศรษฐกิจไม่ดี และบ่อนทำลายประชาธิปไตย และยึดอำนาจ
ฝ่ายค้านหวังว่าจะมีการอภิปรายที่สำคัญในเดือนหน้าและหวังว่าจะโค่นล้มรัฐบาลผสม 17 พรรคของประยุทธ์ นับเป็นการโหวตครั้งสุดท้ายของความมั่นใจ ประยุทธ์ วัย 68 ปี ที่จะเผชิญหน้าก่อนวาระสิ้นสุดในเดือนมีนาคมปีหน้า
พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นนายพลเกษียณที่ขึ้นสู่อำนาจครั้งแรกในการรัฐประหาร 2557 ได้รับคะแนนความเชื่อมั่น 3 เสียงก่อนหน้านี้นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 ที่ทำให้เขาอยู่ในอำนาจ
“เขาเป็นผู้นำที่มีความคิดผิด ชอบยึดอำนาจ ไม่เคารพหลักนิติธรรม ขาดจริยธรรม และล้มเหลวในการจัดการกิจการของรัฐ” เขากล่าว ชลนันท์ ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านกล่าวกับรัฐสภา
นักวิเคราะห์กล่าวว่าเสียงส่วนใหญ่จาก 253 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร เหลือ 208 ที่นั่งสำหรับฝ่ายค้าน ทำให้ประยุทธ์ชนะ
สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ประยุทธ์จะอยู่รอดได้ตราบที่พรรคร่วมรัฐบาลยังคงรวมกันเป็นหนึ่ง ในขณะที่นักวิเคราะห์การเมือง สุขุม นวลสกุล กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเลือกตั้งในปีหน้า แทนที่จะลบประยุทธ์ทิ้งไป
คนอื่น ๆ กล่าวว่าชื่อเสียงของรัฐบาลลดลง โดยเฉพาะในการเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งผู้สมัครพรรคอนุรักษ์นิยมที่ฝักใฝ่รัฐบาลถูกอดีตฝ่ายค้านทุบตี
โฆษกรัฐบาล ธนากร วังบุญคงชนะ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล
“นายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะอธิบายตัวเองต่อรัฐสภาและตอบสนองต่อปัญหาใด ๆ ที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาเพราะรัฐบาลมั่นใจว่าเขาบริหารประเทศโดยสุจริตปราศจากการทุจริตที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัฐบาลแบบอย่าง” โฆษกธนากรกล่าว