ธนาคารโลกแนะไทยขึ้นดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อ

ประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะ “ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและกลับสู่ขนาดก่อนเกิดโรคระบาดในไตรมาสที่สี่ของปีนี้” จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่และการควบคุมชายแดนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ตามรายงานของธนาคารโลกเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน

“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยในเร็วๆ นี้ อาจเริ่มต้นขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ทีละน้อยตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ” บลูมเบิร์ก นิวส์ กล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง เกียรติพงศ์ อาริยะพฤกษ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก แถลงข่าวที่กรุงเทพฯ

อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี การต่อสู้กับเงินเฟ้อกลายเป็นงานเร่งด่วน เนื่องจากราคาที่สูงขึ้นทำให้คนไทยจำนวนมากเสี่ยงต่อการยากจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาอาหาร ของชำ และราคาพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน นายเกียรติพงษ์เน้นย้ำ

ธนาคารโลกคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยจะอยู่ที่ 5.2% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 14 ปีในช่วงที่เหลือของปี เป้าหมายเงินเฟ้อที่ ธปท. กำหนดคือ 1 ถึง 3%

“ในขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่ระยะฟื้นตัว เป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศจะต้องมีความคืบหน้าในการควบรวมทางการคลัง การใช้จ่ายภาครัฐให้สมดุลกับการลงทุนภาครัฐ เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการสร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” ผู้เชี่ยวชาญของธนาคารโลกกล่าว

ในการประชุมนโยบายการเงินเดือน มิ.ย. ธปท. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% เป็นครั้งที่ 16 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม รายงานการประชุมระบุว่า ความล่าช้าเพิ่มเติมในการตอบสนองต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อาจทำให้เกิด “ความเสียหายมากขึ้น” ต่อเศรษฐกิจ

ธนาคารโลกคาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยจะเติบโต 2.9% ในปีนี้ รายงานโดยบริษัทวิเคราะห์เศรษฐกิจ Moody’s Analytics คาดการณ์ว่า GDP ของประเทศไทยจะเติบโตประมาณ 3.5% ในปี 2565 เนื่องจาก “การส่งออกที่แข็งแกร่งและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ”

การส่งออกอาหารเป็นจุดสว่างของเศรษฐกิจไทย มูลค่าการส่งออกของไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ในปีนี้คาดว่าจะเกินประมาณการในเดือนม.ค. ที่ทำสถิติสูงสุด 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นมูลค่า 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการคาดการณ์ล่าสุดจากกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชยศาสตร์ สถาบัน (NFI) ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ

“หากสงครามและการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานอาหารยังคงดำเนินต่อไป และราคาอาหารยังคงสูง เราจะได้รับประโยชน์” ศิริวุฒิ สยามภักดี ผู้อำนวยการบริษัทน้ำตาลเกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ป กล่าว

ตามการคาดการณ์ของรัฐบาลไทยที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทยในปีนี้จะสูงถึง 9.3 ล้านคน สูงกว่าที่ ธปท. คาดการณ์ไว้เมื่อต้นเดือนนี้ถึง 55% และมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7 ล้านคน กำหนดโดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

ตามการคาดการณ์ของธนาคารโลก จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทยจะสูงถึง 24 ล้านคนภายในปี 2567 หรือประมาณ 60% ของระดับก่อนเกิดโรคระบาด ในปี 2019 ประเทศต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศเกือบ 40 ล้านคน

“แม้ว่าธนาคารกลางบางแห่งในภูมิภาคจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง แต่ ธปท. ก็เดินหน้าไปสู่การปรับอัตราดอกเบี้ยได้ช้ามาก” Eric Chiang หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Moody’s Analytics กล่าว “ด้วยเหตุผลนี้ การประชุม ธปท. ครั้งต่อไปในวันที่ 10 สิงหาคม น่าจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก”

ผู้เชี่ยวชาญของ Moody’s กล่าวว่า จุดอ่อนของค่าเงินบาทเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในปีนี้ สกุลเงินท้องถิ่นของไทยอ่อนค่าลง 3.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ปัจจุบันอยู่ที่ 35.2 บาทถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Hasani Falana

"มือสมัครเล่นเก็บตัว ผู้บุกเบิกวัฒนธรรมป๊อป แฟนเบคอนที่รักษาไม่หาย"

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น